Yeastar – ตอนที่ 8 การใช้งานเบอร์ฉุกเฉิน (Emergency Number) และการแจ้งเตือนการใช้งาน บน Yeastar S-Series PBX

“Emergency Call and Notification on Yeastar S-Series PBX”

บทความนี้ขอพูดถึงอะไรที่มันซีเรียสสักนิส… ฮ่าๆๆ จริงมันก็ไม่ขนาดนั้น

ในระบบโทรศัพท์สิ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินใดๆ เกิดขึ้น เราต้องสามารถโทรไปยังเบอร์เหตุฉุกเฉินได้ เช่น โทรหาตำรวจ โทรหาหน่วยดับเพลิง ได้ในทันที โดยไม่ต้องมีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น

ระบบโทรศัพท์องค์กร หน่วยงาน หรือสำนักงานต่างๆ ที่เราติดตั้งกันนั้น มีฟังก์ชั่นหนึ่งที่เราจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องกำหนดไว้ คือ เบอร์โทรฉุกเฉิน ในระบบ ซึ่งเบอร์พวกนี้ควรกดได้ในทันที และพร้อมให้ใช้งานได้ตลอดเวลาด้วย

ปกติแล้วในสำนักงานของเรา เวลาจะโทรออก หลายๆ ที่จะมีการกำหนดว่าใครโทรออกได้ บ้าง และการโทรออกต้องกดเบอร์อะไรนำหน้าก่อน เช่น กด 9 ก่อนแล้วค่อยตามด้วยเบอร์ที่เราต้องการ ถึงจะสามารถโทรออกได้ หรือในบางที่ไม่เน้นให้โทรออก ระบบใช้ภายใน แต่หากใครจะโทรออกจะต้องใส่รหัสผ่านในการโทรออกไปยังภายนอก ทุกๆ ครั้ง

แต่เมื่อใดก็ตามเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น ระบบมักจะมีฟังก์ชั่นให้เรากดเบอร์ฉุกเฉินได้เลยตรงๆ โดยไม่ต้องมานั่งกดตัด 9 หรือกดรหัสผ่าน ก่อนโทรออกใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นเรามักจะลืมกฎต่างๆ พวกนั้นอยู่แล้วล่ะ ..(ตระหนก)

ในเยสตาร์พีบีเอ็กซ์ในทุกๆ รุ่น จะมีฟังก์ชั่นหนึ่ง ชื่อว่า “Emergency Call” ให้เราสามารถกำหนดได้ว่าเบอร์ใดบ้าง ถือว่าเป็นเบอร์ Emergency Call Number ซึ่งหากมีการกำหนดเบอร์ต่างๆ ไว้ในนี้ เบอร์เหล่านี้จะสามารถกดโทรออกตรงๆ ได้เลย โดยไม่ต้องกดเบอร์ตัดโทรออกใดๆ ก่อนหรือ หากมีการกำหนดรหัสผ่านการโทรออกใดๆ ไว้ก็ตามที

ซึ่งในการใช้งานเบอร์โทรฉุกเฉินในเยสตาร์นั้น มีสิ่งที่เราต้องกำหนดคำนึง 3 เรื่องดังต่อไปนี้

  • Have Multiple Emergency Phone Numbers
  • Make Sure Your Emergency Call is Always Put Through
  • Notification: Notice the Emergency Situation Immediately

เรื่องแรก Emergency Phone Number คือ เราต้องมีการกำหนดเบอร์ฉุกเฉินไว้ในระบบก่อนเสมอ.. อยากให้เบอร์ไหนเป็นเบอร์ฉุกเฉินเราต้องใส่ไว้ทั้งหมด เช่น 191 ของตำรวจ 199 ของดับเพลิง เป็นต้น

เรื่องที่สอง “Make Sure Your Emergency Call is always put through” คือ เราต้องมีเบอร์สายนอกให้พร้อมสำหรับการโทรออกเสมอ.. หมายถึงควรกันเบอร์หนึ่ง หรือ สองเบอร์ เอาไว้เสมือ เพื่อสำหรับการโทรฉุกเฉิน ตัวอย่างเช่น บริษัทเรามีเบอร์สายนอก อยู่ 5 เบอร์ เราควรกันไว้ 1 เบอร์อย่างน้อย สำหรับให้พร้อมเสมอเมื่อมีต้องการโทรแบบฉุกเฉิน เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นแล้วเราต้องการโทรออก หากเราไม่กำหนด หรือกันหนึ่งเบอร์ไว้สำหรับฉุกเฉินนั้น ถ้า ณ ขณะนั้นคู่สายเต็ม เราจะไม่สามารถโทรออกได้เลย นั่นเอง

เรื่องที่สาม “Nofitication” หรือการแจ้งเตือนนั่นเอง ในเยสตาร์ เมื่อมีใครก็ตามกดหมายเลยโทรออก ไปยังเบอร์ฉุกเฉินพวกนั้นแล้ว ระบบสามารถส่งแจ้งเตือนไปยังอีเมล์ ให้เราทราบว่า ขณะนี้มีการโทรออกเบอร์ฉุกเฉินน่ะ .. ทำให้เราสามารถตรวจสอบได้ นั่นเอง (จริงๆ ก็สามารถตรวจสอบได้ด้วยว่าใครในนี้ ใช้เบอร์ภายในเราโทรไปยังเบอร์ฉุกเฉิน)

เมื่อเรารู้แล้วว่ามันมี 3 ส่วนที่สำคัญ เรามาดูว่า แล้วถ้าเราจะใช้งาน Emergency Call ในเยสตาร์ เราจะต้องกำหนดอะไรบ้าง เริ่มกันเลย

ขั้นแรกให้เข้าไปยังเว็บของตู้เยสตาร์ก่อนเลย (ตัวอย่างผมใช้ตู้ S20)

เมื่อ Login เข้าสู่ระบบเรียบร้อยแล้ว ก็ไปที่เมนู Setting กันเลย

จากนั้นที่เมนูหลัก PBX ให้เลือกที่เมนู Emergency Number

จากนั้นจะเข้าสู่หน้าต่าง Emergency Number แสดงให้เราเห็นว่า ณ ปัจจุบัน มีเบอร์อะไรบ้างที่เรากำหนดไว้ และเมื่อมีการโทรออกฉุกเฉิน จะโทรออกที่เบอร์สายนอกเบอร์ใด นั่นเอง

หากเราต้องการกำหนดเบอร์ฉุกเฉิน ก็เพียงคลิกที่ปุ่ม Add ในหน้า Emergency Number

จากรูปภาพด้านบน เป็นการกำหนดเบอร์โทรฉุกเฉิน ผมกำหนดเบอร์โทรเป็น 199 และเมื่อมีการโทรออก จะให้โทรออกเบอร์สายนอกที่ทรังค์ +6624301029 (ซึ่งเป็นทรังค์เบอร์หนึ่งที่ผมตั้งชื่อนี้ไว้ หรือของบางท่านอาจจะเป็น FXO1 FXO2 FXO3 กรณีเชื่อมต่อแบบ Analog (PSTN)

นอกจากนั้น เรายังสามารถกำหนด Notification เบอร์แจ้งเตือน หมายถึง เมื่อมีใครก็ตาม โทรไปยังเบอร์ฉุกเฉินที่กำหนดแล้ว ระบบจะแจ้งเตือนไปยังเบอร์ที่ถูกกำหนดให้เป็น Notification Number นี้ด้วยเช่นกัน (เช่นเป็นเบอร์ รปภ. ของบริษัท เป็นต้น)

เพียงเท่านี้ ท่านก็สามารถโทรไปยังเบอร์ฉุกเฉินที่กำหนดไว้ได้แล้วครับ ลองกดได้เลย (ระบบอย่าโทรไปเล่นน่ะ ให้กำหนดเบอร์ฉุกเฉินตัวอย่างเข้าเบอร์มือถือเพื่อนก็ได้ เพื่อทดสอบระบบ)

การแจ้งเตือนผ่าน Event Center ของเยสตาร์

ในเยสตาร์นอกจากกำหนดเบอร์ฉุกเฉินแล้ว เมื่อมีการเรียกใช้งานเบอร์เหล่านั้น ระบบสามารถแจ้งเตือน ไปยังอีเมล์ต่าง ๆ หรือ SMS ก็ได้

การตั้งค่า Event Center ให้ไปที่เมนู Settings เลือกที่ Event Center จานั้นตรงแท็บ Event Settings ในส่วนของ Telephony ให้ให้เปิดใช้งานแจ้งเตือนที่ Emergency Call ดังภาพ

เราสามารถแก้ไขข้อความในการส่งแจ้งเตือนได้ ดูการคลิกที่ Edit (รูปปากกา ขวามือสุด) แล้วเปลี่ยนค่าได้เลย

หากต้องการให้ระบบทำการส่งแจ้งเตือนไปที่ใด ให้คุณคลิกที่ Notification Contacts เพื่อกำหนดค่า ลองกำหนดค่าดู หรือ ลองทำตามภาพด้านล่างนี้ได้

เพียงเท่านี้ ท่านก็สามารถแจ้งเตือนระบบได้แล้ว (อ๋อ หากใช้การส่งเมล์ อย่าลืมกำหนดค่า SMTP ด้วยนะครับ ตัวอย่างด่านล่างนี้เช่นกันครับ

จบแค่นี้ครับ

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *