Yeastar – หากต้องการโทรศัพท์แบบไฮบริด ต้องนี่เลย S412 VoIP PBX

สวัสดีอีกครั้ง วันนี้ผมขอเขียนแนะนำระบบโทรศัพท์แบบไอพี หรือที่เรามักเรียกติดปากกันว่า VoIP นั่นแหละ อีกโมเดลหนึ่ง ซึ่งอยู่ใน S-Series PBX ของพี่ท่าน เยสตาร์ (Yeastar) รุ่นที่ว่านี้คือ S412 คราบบบบบบบ ดูหน้าตาเลย ด้านล่างนี้ครับ

รุ่นนี้มีจุดเด่นอย่างไร มาดูกันครับ

อย่างที่บอกเลย โทรศัพท์พวกไอพีนั้น ปกติแล้ว จะทำงานผ่านระบบไอพี ทั้งหมด คือ ต้องมีเน็ตเวิร์คที่ดีๆ แต่ บางครั้ง ในการปรับเปลี่ยนระบบเก่าที่มีนั้น มันยุ่งยาก แต่บริษัทเอง ก็อยากใช้ระบบโทรศัพท์ไอพี ส่วนหนึ่งเพื่อความคล่องตัวในการใช้งาน และที่สำคัญเลย แบบว่าอยากทำเป็น สมาร์ทออฟฟิส (Smart Office) สักหน่อย แบบว่า แบบว่า.. ทำงานที่บ้าน Work at home หรือ อยากชิวๆ เดินไปตรงในที่สำนักงานก็สามารถสื่อสาร รับสาย โทรศัพท์ได้ ซึ่งไอ้ที่เว่ามานี้ มันคือการทำงานรูปแบบใหม่ ไม่ยึดติดกับสถานที่ โต๊ะนั่ง สามารถย้ายไปไหนๆ แล้วแต่ที่ว่าง ๆ หรือ บางครั้ง อยากแบบว่า แบบว่า.. ยกโน๊ตบุ๊คตัวโปรดไปนั่งทำงาน ห้องกาแฟ ห้องชิว ของบริษัทอะไรเทือกนี้แหละ (บริษัทเก่าผมที่เคยทำงาน มีร้านกาแฟให้พนักงานมาซื้อ ชงกินเอง มีโต๊ะนั่งชิวให้ด้วย เวลาทำงานเครียด ก็มานั่งคลายเครียดเอาบรรยากาศดีๆ สมองจะได้ปลอดโปร่ง)

โทรศัพท์แบบเดิม ที่เราใช้อยู่ปัจจุบัน

คราวนี้การจะเปลี่ยนระบบแบบว่า ทั้งหมดเลยนั้น มันก็ยาก เพราะในบางครั้ง มันลำบากเรื่องการเดินสายแลน (เน็ตเวิร์ค) ไง ดังนั้น เยสตาร์ (Yeastar) จึงทำรุ่นครึ่งลูก ลูกครึ่ง มาให้เราใช้ เอาใจ ใครที่อยากเปลี่ยนระบบที่บริหารจัดการง่าย ๆ แค่เปิด บราวเซอร์ โครมคราม (Chrome) หรือ จิ่งจอกไฟ อย่าง Firefox แล้วเปิดเข้าไปบริการจัดการแบบคลิกๆ ง่าย ๆ

การเป็นลูกครึ่ง ครึ่งลูก (Hybrid) ของ S412 นั้น มีข้อดีคือ

1. เรายังคงสามารถใช้หัวโทรศัพท์อนาล็อคแบบเดิมได้ โดยไม่ต้องเดินสายแลนใหม่
2. กรณีจะเพิ่มเครื่อง และไม่ต้องการใช้แบบอนาล็อคแล้ว ก็ซึ่งหัวโทรศัพท์แบบไอพี มาใส่ได้ทันที
3. ทั้งโทรศัพท์แบบอนาล็อค และแบบไอพีในระบบทำงานร่วมกันได้ เป็นอย่างดี
4. บริหารจัดการง่าย ไม่ว่าจะเปลี่ยนเสียงตอบรับ ช่วงวันหยุดตามเทศกาลต่างๆ วันหยุดท่องเที่ยวของบริษัท แค่ยกหูพูด แล้วบันทึกเข้าระบบได้ทันที ปรับเปลี่ยนวันหยุดได้อย่างง่ายดาย
5. สามารถใช้คอมพิวเตอร์เป็นโทรศัพท์ได้ หรือ ใช้ สมาร์ทโฟนที่เรามีอยู่ ลงทะเบียนเป็นโทรศัพท์ในระบบได้ ทำให้ เคลื่อนย้ายไปไหน ก็สะดวก
6. การย้ายตำแหน่งที่นั่งพนักงาน แล้วอยากได้เบอร์เดิม แค่ยกโทรศัพท์ไป คุณก็ได้เบอร์เดิมแล้ว ถ้าเป็นไอพี ไม่ต้องลำบาก จ้างช่างมา ย้ายเบอร์ที่ตู้ ทำได้ด้วยตัวเองง่ายๆเลย
7. อีกเยอะ คิดไม่ออกละ ฮ่าๆๆๆ

อีกหนึ่งจุดเด่นคือเรื่องโมดูล (Module Design)

เลือกโมดูลที่ต้องการใช้งาน ใส่เองได้

ก่อนที่จะอธิบายเพิ่มเติม เรื่องโมดูล ดีไซน์ (Module Design) ขอบอกสเป็กมันก่อนนะ

เจ้า S412 นี้มาในสเป็กดังนี้จร้า
– รองรับสูงสุดที่ 12 ให้มาพร้อมใช้งาน 8 สาย และอีก 4 สาย น้องซื้อโมดูลใส่เองอีก 2 โมดูล จึงครบ 12
สายนอกแบบ FXS (คือ แบบโทรศัพท์อนาล็อคเดิมๆ ที่เรามีอยู่)
– รองรับโทรศัพท์แบบไอพี (SIP Phone) อีกสูงสุดที่ 8 สายใน (SIP Account)
– รองรับ การเชื่อมต่อสายนอก (FXO) แบบอนาล็อคสูงสุด 4 สายนอก คือพวกเชื่อมเบอร์ 02 (ในกรุงเทพฯ)
หรือ 053 , 054 อะไรพวกนี้ของต่างจังหวัด
– รองรับการโทรพร้อมๆ กันได้ทั้งหมด 8 คู่สาย (Concurrent Call)

แสดงด้านหลัง พอร์ต RJ11 แยกเป็นสายนอก (สีแดง) สายใน (สีเขียว)

*อธิบายเพิ่มเติม เรื่องสายในแบบ FXS ปกติค่าที่มาจากโรงเงานอ่ะนะ เขาให้พอร์ตจริงๆ มาทั้งหมด 12 พอร์ต ที่เป็น RJ11 ดูตรงผมวงๆ ไว้ให้เป็นสีเขียว แต่เวลาใช้งานจริงๆ มันใช้ได้แค่ 8 ครับ หมายถึง ค่าโรงงานให้มาที่ 8 สายใน แบบใช้งานได้เลย แต่ถ้า เพื่อประหยัด แต่ถ้าคุณมองว่า 8 สายในไม่เพียงพอ ระบบสามารถขยายได้อีก 4 พอร์ต ซึ่งเราจำเป็นต้องซื้อโมดูล FXS (สีเขียว) มาใส่เพิ่ม ใน 1 โมดูล ของ FXS จะใช้พอร์ต RJ11 จำนวน 2 พอร์ต ดังนั้น มีเหลือ 4 พอร์ตใช่ไหม มันก็คือ ใส่โมดูลได้ 2 โมดูล สำหรับสายนอก (สีเขียว) นั่นเองครับ

อ้าวแบบนี้แล้วมันดีอย่างไร … ตามมา ดีสิ ถ้าคุณใช้ไม่ถึง 8 ก็ไม่ต้องเสียตังก์เพิ่ม แต่ถ้าต้องการใช้เกิน 8 เราค่อยซื้อ ในอนาคต ไม่ต้องลงทุนทีเดียวตูมเดียว อะไรเทือกนี้นะครับ

ก็อย่างที่บอกว่ามันเป็นระบบโทรศัพท์แบบเลือกโมดูลใส่ ได้ตามที่เราใช้งานจริงๆ ดังภาพนี้ครับ สังเกตุ การ์ดพวกแดง เหลือง แดง อะไรพวกนี้แหละ เราเรียกว่า การ์ดโมดูล

ตัวอย่างภาพด้านล่างนี้ ผมทำเป็นเลเอ๊าให้คุณดูครับ ว่า มันให้สล๊อตโมดูลมาทั้งหมด 4 สล๊อตครับ ซึ่ง 4 สล๊อตนี้ มันแบ่งการทำงานออกเป็น 2 ส่วนครับ คือ 1. สองโมดูลซ้ายมือสุด ใช้สำหรับ การ์ดต่อสายใน (FXS) (ทำไมต้องต่อ อธิบายอีกที) และ 2. สองการ์ดขวามือ สำหรับการเชื่อมต่อสายนอกครับ (FXO)

เลย์เอ๊าโมดูลการเชื่อมต่อของ S412

เรามาลองดูโจทย์กันดีกว่า

ตัวอย่างที่ 1 บริษัท A มีตู้โทรศัพท์แบบอนาล๊อคเดิมอยู่แล้ว มีพนักงาน 7 คน ต้องการใช้งานหัวโทรศัพท์เดิม และต้องการใช้สายนอกจำนวน 1 เบอร์ (02-xxx-xxxx) เราให้เลือกโมดูลดังนี้

1 FXO

จากโจทย์ ต้องการใช้ไม่เกิน 8 เบอร์ภายใน ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องเพิ่มโมดูลสายใน (เพราะสามารถใช้ได้ 8 เบอร์ภายในอยู่แล้ว) และต้องการใช้ 1 สายนอก ดังนั้นในโจทย์นี้ เราเพียงใส่โมดูล FXO เข้าไปเพียง 1 โมดูลเท่านั้น เราจะได้ 2 สายนอกแล้ว (ฮ่าๆๆ มันไม่มีแบบ 1 สายนอก เลยต้องเลือกแบบต่ำสูดของเขา) เพียงแค่นี้ก็ตอบโจทย์การใช้งานแล้วครับ

ตัวอย่างที่ 2 บริษัท A มีตู้โทรศัพท์แบบอนาล๊อคเดิมอยู่แล้ว มีโทรศัพท์อนาล๊อคแบบเดิม 10 เบอร์ และมีพนักงานใหม่เพิ่ม ต้องการใช้งานโทรศัพท์แบบไอพี จำนวน 5 เบอร์ และต้องการใช้สายนอกจำนวน 3 เบอร์ (02-xxx-xxxx) เลือกโมดูลดังนี้

1 FXS และ 2 FXO

จากโจทย์ที่ 2 ต้องการสายในทั้งหมด 15 เบอร์ แบ่งเป็น แบบเดิม อนาล๊อค 10 เบอร์ และแบบใหม่ ไอพี อีก 5 เบอร์
ดังนั้น เราต้องซื้อโมดูลสายในจำนวน 1 โมดูล (สีเขียว FXS) จะได้เพิ่ม 2 เบอร์ ก่อนหน้ามี 8 ได้เท่ากับ 10 เบอร์ภายในพอดีเป๊ะๆ ฮ่าๆๆ สำหรับสายในแบบอนาล๊อค คราวนี้ โจทย์บอกอีกว่า ต้องการสายในแบบไอพีอีก 5 ก็ไม่ต้องซื้อโมดูลใดๆ เพิ่มครับ แค่ซื้อหัวโทรศัพท์ไอพี ของ Yealink ก็ได้ รุ่นเล็กสุดก็ T19P-E2 ราคาเพิ่งละประมาณ พันกว่าๆ (1750 บาท) จำนวน 5 เครื่องมาใส่ แค่นั้น จบละ สำหรับสายใน

ส่วนสายนอก ก็ซื้อ FXO โมดูลมาใส่จำนวน 2 โมดูล เพื่อให้ใช้งานสายอกได้จำนวน 3 สายนอกนั่นเอง (โมดูลละ 2 สายนอก)

ตัวอย่างที่ 3 บริษัท A มีตู้โทรศัพท์แบบอนาล๊อคเดิมอยู่แล้ว มีโทรศัพท์อนาล๊อคแบบเดิม 10 เบอร์ และมีพนักงานใหม่เพิ่ม ต้องการใช้งานโทรศัพท์แบบไอพี จำนวน 5 เบอร์ และต้องการใช้สายนอกจำนวน 3 เบอร์ (02-xxx-xxxx) ซึ่งสายนอก นี้ใช้แบบอนาล็อค 2 เบอร์ และใช้ CAT SIP Trunk อีกจำนวน 1 หมายเลข (แบบอินเตอร์เน็ต) เลือกโมดูลดังนี้

1 FXS และ 1 FXO

จากโจทย์นี้ ต่างจากโจทย์ที่ 2 เพียงแค่ สายนอก มี 2 แบบ คือ อนาล๊อคเดิม กับ แบบ SIP ของ CAT

ดังนั้นเราก็เพิ่มโมดูลสายนอกเพียงแค่ 1 โมดูล (ได้ 2 หมายเลข) ส่วนการเชื่อมต่อสายนอกแบบ SIP Trunk ของ CAT นั้น ไม่จำเป็นต้องซื้อโมดูลใดๆ เพิ่ม เราสามารถลงทะเบียน SIP CAT ได้เลย ดูตัวอย่างตามลิงค์นี้ เพราะ S412 รองรับการเชื่อมต่อ SIP Trunk จำนวน สูงสุดถึง 4 เบอร์เลยทีเดียวครับ

จากตัวอย่างที่เล่าเรียงมาทั้งหมด ด้านบน คือตัวอย่างการใช้งาน Yeastar S412 สำหรับโทรศัพท์แบบครึ่งลูก ลูกครึ่ง (Hybrid) หวังว่าน่าจพอได้ไอเดีย นำไปต่อยอดนะครับ ต้องบอกว่า เจ้า Yeastar มันยืดหยุ่นจริงๆ เลือกใช้เฉพาะที่ตัวเองต้องใช้ เสียก็ไม่ต้องยกมาทั้งเครื่อง สายนอกโมดูลเสีย ก็ส่งเฉพาะโมดูลมาเคลม ระบบโทรศัพท์เราก็ยังใช้งานได้ปกติเช่นเดิมครับ ง่ายด้วย สะดวกกว่า

สำหรับราคา เจ้า Yeastar S412 ราคาเริ่มต้น (ไม่รวมโมดูล เสริม) เพียง 14,xxx บาท ส่วนโมดูล ต่างๆ ราคา 3,xxx นิดๆ ต่อโมดูล ลองไปคำนวนกันเองเองนะครับ หาสนใจ

หากสนใจ ลองโทรปรึกษาเรา ยินดีให้คำปรึกษาฟรี

อำนวย ปิ่นทอง
บริษัท โอติก เน็ตเวิร์ค จำกัด
02-538-4378, 095-549-9819

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *